ภาษาไทย | English

หมวดหนังสือ -> เอกสารสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง -> การพัฒนาฟิล์มพอลิไวนิลอัลกอฮอล์ปรับปรุงด้วยกรดโอเลอิกกับยางธรรมชาติ : รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์

คะแนนหนังสือ :
ให้คะแนน  

อ่านหนังสือ  ยืมหนังสือ
 

Title
การพัฒนาฟิล์มพอลิไวนิลอัลกอฮอล์ปรับปรุงด้วยกรดโอเลอิกกับยางธรรมชาติ : รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์
Title.Alternative
Development of film from oleic acid-modified Poly (vinyl alcohol) and natural rubber
Creator
ภัทธาวุธ มนต์วิเศษ
Subject
โพลิไวนิลแอลกอฮอล์ -- วิจัย
Subject
กรดโอเลอิก -- วิจัย
Subject
ยาง
Subject
สจล. -- วิจัย
Subject
สจล. -- คณะวิทยาศาสตร์ -- วิจัย
Description.Abstract
งานวิจัยนี้ศึกษาการเตรียมฟิล์มที่มีองค์ประกอบของพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ปรับปรุงโครงสร้างด้วยกรดโอเลอิกและนํ้ายางธรรมชาติ โดยมีการเชื่อมโยงโครงสร้างด้วยโพแทสเซียมเปอร์ซัลเฟต และระบบเชื่อมโยงกำมะถัน โดยสูตรฟิล์มมีการปรับเปลี่ยนอัตราส่วนระหว่างพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ (P) หรือพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ปรับปรุงโครงสร้างด้วยกรดโอเลอิก (P*) ต่อนํ้ายางธรรมชาติ (R) เป็น 100 : 0, 97.5 : 2.5, 95 : 5 โดยนํ้าหนัก ฟิล์มที่ได้นำมาทดสอบสมบัติต่างๆ ได้แก่ การหาปริมาณนํ้าที่คงอยู่ต่อนํ้าหนักฟิล์ม เริ่มต้น, ปริมาณของแข็งคงเหลือ และปริมาณนํ้าที่คงอยู่ต่อนํ้าหนักฟิล์มสุดท้าย การทดสอบสมบัติเชิงกล ได้แก่ ความเค้นสูงสุดก่อนชิ้นงานฉีกขาด, ยังมอดุสัส, เปอร์เซ็นต์การดึงยืด ณ จุดขาด ที่สภาวะความชื้นสัมพัทธ์ 5% และ 75±15% และการทดสอบมุมสัมผัส จากการทดสอบสมบัติการต้านทานนํ้าพบว่าฟิล์มที่มี P* เป็นองค์ประกอบมีสมบัติการต้านทานนํ้าที่ดีกว่าฟิล์มที่มี P เป็นองค์ประกอบ และเมื่อฟิล์มมี องค์ประกอบของนํ้ายางธรรมชาติ 5% โดยนํ้าหนัก ฟิล์มมีความยืดหยุ่น และสามารถต้านทานนํ้าได้ดีขึ้น การใช้ระบบเชื่อมโยงเปอร์ออกไซด์ร่วมกับสารเชื่อมโยงกำมะถัน และตัวเร่งปฏิกิริยาเชื่อมโยง ทำให้ฟิล์มมีสมบัติการต้านทานนํ้าเพิ่มขึ้นในสูตรฟิล์มที่มีนํ้ายางธรรมชาติ และการทดสอบสมบัติเชิงกลที่สภาวะความชื้นสัมพัทธ์ 5% และ 75±15% พบว่าสูตรฟิล์มที่มีนํ้ายางธรรมชาติเป็นส่วนประกอบ มีค่าความเค้นสูงสุดก่อนชิ้นงานฉีกขาด และค่ายังมอดุสัสที่ต่ำ แต่มีค่าเปอร์เซ็นต์การดึงยืด ณ จุดขาดสูง ซึ่งสูตรฟิล์มที่มีนํ้ายางธรรมชาติ และมีระบบเชื่อมโยง ให้ผลการทดสอบสมบัติเชิงกลที่ดีกว่าสูตรฟิล์มที่ไม่มีระบบเชื่อมโยง และที่สภาวะความชื้นสัมพัทธ์ 75±15% พบว่ามีค่าความเค้นสูงสุดก่อนชิ้นงานฉีกขาด และค่ายังมอดุสัสที่ต่ำกว่าที่สภาวะความชื้นสัมพัทธ์ 5% แต่ค่าเปอร์เซ็นต์การดึงยืด ณ จุดขาดมีค่าสูงกว่าสภาวะความชื้นสัมพัทธ์ 5%
Publisher
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. สำนักหอสมุดกลาง
Publisher.Place
กรุงเทพมหานคร
Publisher.Email
library@kmitl.ac.th
Contributor
คณะวิทยาศาสตร์
Contributor.Role
ผู้ให้ทุน
Contributor.Email
science.kmitl.ac.th
Date.Created
2559
Date.Issued
2561-12-06
Date.Modified
2561-12-06
Type
งานวิจัยสถาบัน/KMITL E- Research
Format
application/pdf
Source.CallNumber
EResearch
Language
tha
Rights
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง


แสดงความเห็น
หัวข้อ
รายละเอียด
 
 
 
     แสดงความเห็น

3.233.239.20