ภาษาไทย | English

หมวดหนังสือ -> เอกสารสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง -> การศึกษาผลกระทบจากการเชื่อมต่อระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 1 เมกะวัตต์ เข้ากับระบบจำหน่ายของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

คะแนนหนังสือ :
ให้คะแนน  

อ่านหนังสือ  ยืมหนังสือ
 

Title
การศึกษาผลกระทบจากการเชื่อมต่อระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 1 เมกะวัตต์ เข้ากับระบบจำหน่ายของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
Title.Alternative
Grid impact studies when integrating a 1 MW solar VSPP to the local provincial electricity authority (PEA) network in Thailand
Creator
สุวพัชร ธนินทรานุโคตร
Subject
โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
Subject
การจ่ายพลังงานไฟฟ้า
Subject
ไฟฟ้าแสงอาทิตย์
Subject
วิศวกรรมไฟฟ้า -- ปริญญานิพนธ์
Subject
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า -- ปริญญานิพนธ์
Description.Abstract
งานวิจัยนี้นำเสนอผลการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบและคุณภาพไฟฟ้าที่เกิดขึ้นกับระบบจำหน่าย 22 kv ของการไฟฟ้าส่วนภมิภาค (กฟภ.) ในพื้นที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี เมื่อเชื่อมต่อระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar PV Rooftop) ขนาด 1 MW ที่สถานี อุบลราชธานี 3 พีเดเดอร์ที่ 1 (UBC01) ซึ่งมืปริมาณการใช้โหลดสูงสุดในรอบปี 2557 ที่ 8.52 MW (9 เม.ย. 2557) โดยจะศึกษาผลกระทบจากการจำลองติดตั้ง Solar PV Rooftop 4 ตำแหน่งที่ ระยะทางที่แตกต่างกันจากสถานีไฟฟ้า และกำหนดให้อินเวอร์เตอร์ผลิตค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า (Power Factor: p.f.) ที่ 0.9 lagging 0.9 leading และ 1 โดยใช้โปรแกรม DlgSILENT Power Factory ในการสร้างโมเดลจำลองและวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งผลที่ได้จากการวิเคราะห์ทำให้ทราบว่า แรงดันไฟฟ้าที่บัส Solar PV Rooftop ความสูญเสีย รวมที่เกิดขึ้นในระบบจำหน่าย (Loss) และค่ากระแสลัดวงจร จะมืค่าแปรผกผันกับระยะทางที่ติดตั้ง Solar PV Rooftop จากสถานีไฟฟ้า ในขณะที่แรงดันไฟฟ้าที่ปลายสายและความผิดเพี้ยนฮาร์มอนิกของแรงดัน (%THDV) จะมืค่าแปรผันตรงกับระยะทางที่ติดตั้ง Solar PV Rooftop จากสถานีไฟฟ้า การควบคุม p.f. ที่ 0.9 lagging จะทำให้แรงดันไฟฟ้าที่บัสของ Solar PV Rooftop และแรงดันไฟฟ้าที่ปลายสายมืค่าสูงที่สุด และยังทำให้ความสูญเสียรวมที่เกิดขึ้นในระบบจำหน่ายตํ่าที่สุดอีกด้วย ในขณะที่การควบคุม p.f. ที่ 0.9 leading จะทำให้แรงดันไฟฟ้าที่บัส Solar PV Rooftop และแรงดันไฟฟ้าที่ปลายสายลดลงเท่ากับระดับแรงดันไฟฟ้าก่อนเชื่อมต่อ Solar PV Rooftop เข้ามาในระบบจำหน่าย ดังนั้น ตำแหน่งที่เชื่อมต่อ Solar PV Rooftop และการควบคุม p.f. ที่เหมาะสมที่สุดคือ ตำแหน่งที่อยู่ไกลจากสถานีไฟฟ้าหรืออยู่ใกล้กับ บริเวณที่มืการใช้โหลดสูงๆ และควบคุมอินเวอร์เตอร์ให้ทำงานในโหมด lagging p.f. เพราะจะทำให้ความ สูญเสียรวมในระบบจำหน่ายมืค่าน้อยที่สุด และทำให้แรงดันไฟฟ้าที่บัสของ Solar PV Rooftop และ แรงดันไฟฟ้าที่ปลายสายมืค่าสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับแรงดันที่ปลายสาย ทำให้เพิ่มเสถียรภาพในการ จ่ายไฟในพื้นที่ๆ อยู่ไกลจากสถานีได้ดียิ่งขึ้น และในอนาคตตามแผน AEDP 2015 จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ถึง 6,000 MW การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอาจต้องแบกรับเงินส่วนเพิ่มจาก อัตรา FiT ที่รับซื้อจากผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งอาจ ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และอาจทำให้ค่า Ft ขายปลีกเพิ่ม สูงขึ้นในอนาคต ซึ่งผลการศึกษาวิเคราะห์ที่ได้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนและพิจารณาในการติดตั้ง Solar PV Rooftop หรือระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนในรูปแบบอื่นๆ ที่จะเชื่อมต่อเข้ามาในระบบจำหน่ายของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในอนาคต
Publisher
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. สำนักหอสมุดกลาง
Publisher.Place
กรุงเทพมหานคร
Publisher.Email
library@kmitl.ac.th
Contributor
เชาว์ ชมภูอินไหว
Contributor.Role
อาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์
Contributor.Email
kcchow@kmitl.ac.th
Date.Created
2559
Date.Issued
2561-01-19
Date.Modified
2561-01-19
Type
วิทยานิพนธ์/KMITL E-Thesis
Format
application/pdf
Source.CallNumber
วพ. ส868ก 2559
Language
tha
Rights
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
Thesis.DegreeName
วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมไฟฟ้า)
Thesis.Level
ปริญญาโท
Thesis.Descipline
วิศวกรรมไฟฟ้า
Thesis.Grantor
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง


แสดงความเห็น
หัวข้อ
รายละเอียด
 
 
 
     แสดงความเห็น

54.163.22.209