ภาษาไทย | English

หมวดหนังสือ -> เอกสารสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง -> สภาวะที่เหมาะสมของการไฮโดรไลซิสขี้เลื่อยไม้ยางพาราด้วยกรดฟอสฟอริกสำหรับการผลิตกรดแลกติกจากเชื้อ Lactobacillus casei TISTR 390 โดยวิธีพื้นผิวตอบสนอง

คะแนนหนังสือ :
ให้คะแนน  

อ่านหนังสือ  ยืมหนังสือ
 

Title
สภาวะที่เหมาะสมของการไฮโดรไลซิสขี้เลื่อยไม้ยางพาราด้วยกรดฟอสฟอริกสำหรับการผลิตกรดแลกติกจากเชื้อ Lactobacillus casei TISTR 390 โดยวิธีพื้นผิวตอบสนอง
Title.Alternative
Optimization of rubber wood sawdust hydrolysis with phosphoric acid for lactic acid production by Lactobacillus casei TISTR 390 using response surface methodology
Creator
ณิชชาภัทร ชื่นจิตร์
Subject
ขี้เลื่อย
Subject
การแยกสลายด้วยน้ำ
Subject
กรดแล็กติก
Subject
กรดฟอสฟอริก
Subject
เทคโนโลยีชีวภาพ -- วิทยานิพนธ์
Subject
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ -- วิทยานิพนธ์
Description.Abstract
จากการศึกษาการปรับสภาพขี้เลื่อยไม้ยางพาราด้วยโซเดียมไฮดรอกไซด์ พบว่าการปรับสภาพด้วยโซเดียมไฮดรอกไซด์ความเข้มข้นร้อยละ 2 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร อัตราส่วนขี้เลื่อยไม้ยางพาราต่อโซเดียมไฮดรอกไซด์ 1:10 กรัมต่อมิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส ความดัน 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เป็นเวลา 40 นาที ให้ปริมาณเซลลูโลสสูงสุด รองลงมาคือเฮมิเซลลูโลส และลิกนินต่ำสุดเท่ากับร้อยละ 59.43, 22.49 และ 10.24 โดยน้ำหนักแห้ง ตามลำดับ ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p≤0.05) ดังนั้น จึงเลือกกากขี้เลื่อยไม้ยางพาราที่ผ่านการปรับสภาพโดยสภาวะนี้มาใช้ในการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมของการไฮโดรไลซิสด้วยกรดฟอสฟอริก โดยออกแบบการทดลองแบบ Central Composite Design (CCD) และวิเคราะห์ผลการทดลองด้วยวิธีพื้นผิวตอบสนอง พบว่าสภาวะที่เหมาะสม คือ ความเข้มข้นของกรดฟอสฟอริกร้อยละ 1.05 โดยปริมาตร อัตราส่วนขี้เลื่อย-ไม้ยางพาราต่อกรดฟอสฟอริก 1:8.42 กรัมต่อมิลลิลิตร และเวลาในการไฮโดรไลซิส 63 นาที สามารถผลิตน้ำตาลรีดิวซ์ได้ 14.99 กรัมต่อลิตร และเมื่อศึกษาการกำจัดความเป็นพิษของไฮโดรไลเสทขี้เลื่อยไม้ยางพาราด้วยวิธี Overliming พบว่าปริมาณน้ำตาลรีดิวซ์หลังกำจัดความเป็นพิษลดลงร้อยละ 13.55 จากนั้นศึกษาการผลิตกรดแลกติกในอาหารเลี้ยงเชื้อไฮโดรไลเสทขี้เลื่อย- ไม้ยางพาราที่ผ่านและไม่ผ่านการกำจัดความเป็นพิษ โดยเชื้อ Lactobacillus casei TISTR 390 ในถังหมักขนาด 5 ลิตร พบว่ากรดแลกติกที่ได้จากอาหารไฮโดรไลเสทที่ไม่ผ่านการกำจัดความเป็นพิษสูงกว่าในอาหารที่ผ่านการกำจัดความเป็นพิษ โดยผลิตกรดแลกติกสูงสุด 8.85 และ 7.82 กรัมต่อลิตร ผลได้กรดแลกติก 0.94 และ 1.06 กรัมต่อกรัม และอัตราการผลิตกรดแลกติก 0.280 และ 0.243 กรัมต่อลิตรต่อชั่วโมง ตามลำดับ ณ ชั่วโมงที่ 24 ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p≤0.05)
Publisher
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. สำนักหอสมุดกลาง
Publisher.Place
กรุงเทพมหานคร
Publisher.Email
library@kmitl.ac.th
Contributor
สุขใจ ชูจันทร์
Contributor.Role
อาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์
Contributor.Email
kcsukjai@kmitl.ac.th
Date.Created
2560
Date.Issued
2560-12-01
Date.Modified
2560-12-01
Type
วิทยานิพนธ์/KMITL E-Thesis
Format
application/pdf
Source.CallNumber
วพ. ณ431ส 2560
Language
tha
Rights
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
Thesis.DegreeName
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต(เทคโนโลยีชีวภาพ)
Thesis.Level
ปริญญาโท
Thesis.Descipline
เทคโนโลยีชีวภาพ
Thesis.Grantor
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง


แสดงความเห็น
หัวข้อ
รายละเอียด
 
 
 
     แสดงความเห็น

54.198.205.153