ภาษาไทย | English

หมวดหนังสือ -> เอกสารสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง -> ความเป็นพิษต่อเซลล์และการยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ของสารสกัดจากใบพืชอังกาบ (Barleria cristata) และสังกรณี (Barleria strigosa)

คะแนนหนังสือ :
ให้คะแนน  

อ่านหนังสือ  ยืมหนังสือ
 

Title
ความเป็นพิษต่อเซลล์และการยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ของสารสกัดจากใบพืชอังกาบ (Barleria cristata) และสังกรณี (Barleria strigosa)
Title.Alternative
Cytotoxicity and antimicrobial activity of leave extracts from Barleria cristata and barleria strigosa
Creator
ณัฐพร มานะประดิษฐ์
Subject
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ -- วิทยานิพนธ์.
Subject
เทคโนโลยีชีวภาพ -- วิทยานิพนธ์.
Subject
สังกรณี (พืช).
Subject
อังกาบ (พืช).
Subject
สารสกัดจากพืช.
Subject
สารยับยั้ง.
Description.Abstract
ความเป็นพิษของสารสกัดหยาบจากใบอังกาบ (Barleria cristata) และสังกรณี (Barleria strigosa) ต่อเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักชนิด HT-29 (human colon adenocarcinoma cell line) เซลล์มะเร็งเต้านมชนิด MCF-7 (human breast carcinoma cell line) เซลล์มะเร็งตับชนิด HepG-2 (human hepatocellular carcinoma cell line) เซลล์มะเร็งเยื่อบุช่องปากและกระพุ้งแก้มชนิด KB (oral human epidermal carcinoma cell line) เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวหนูชนิด P388 (murine leukemia cell line) เซลล์มะเร็งปากมดลูกชนิด HeLa (cervical cancer cell line) และเซลล์ไตลิงชนิด Vero (african green monkey kidney cell line) ด้วยวิธี MTT colorimetric พบว่าสารสกัดหยาบบิวทานอลจากใบอังกาบมีความเป็นพิษต่อเซลล์ไลน์ HT-29 และ P388 สูงสุด โดยมีความเข้มข้นที่ทำให้เกิดความเป็นพิษต่อเซลล์ไลน์ 50 เปอร์เซ็นต์ (50% cytotoxic concentration: CC50) เท่ากับ 39.74 และ 48.33 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลำดับ สารสกัดหยาบ-บิวทานอลจากใบสังกรณีมีความเป็นพิษต่อเซลล์ไลน์ P388 สูงสุด มีค่า CC50 เท่ากับ 216.50 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร เมื่อทดสอบฤทธิ์การยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ Bacillus subtilis, Escherichia coli, Micrococcus luteus, Pseudomonas aeruginosa และ Staphylococcus aureus ด้วยวิธี paper disc diffusion พบว่าสารสกัดหยาบบิวทานอลจากใบอังกาบและสังกรณีที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตต่อเชื้อ S. aureus ได้ดีที่สุด โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของบริเวณยับยั้งเท่ากับ 21.81 และ 17.92 มิลลิเมตร ตามลำดับ เมื่อนำสารสกัดหยาบบิวทานอลจากใบอังกาบและสังกรณีมาแยกด้วยเทคนิคคอลัมน์โครมาโตกราฟี ได้ 9 และ 8 ส่วนย่อย ตามลำดับ ซึ่งสารส่วนย่อยที่ 3 ที่แยกได้จากสารสกัดหยาบบิวทานอลจากใบอังกาบมีความเป็นพิษต่อเซลล์ไลน์ P388 และ KB สูงสุด มีค่า CC50 เท่ากับ 8.71 และ 23.13 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลำดับ สารส่วนย่อยที่ 4 ที่แยกได้จากสารสกัดหยาบบิวทานอลจากใบสังกรณีมีความเป็นพิษต่อเซลล์ไลน์ P388 สูงสุด มีค่า CC50 เท่ากับ 9.45 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร แต่ไม่พบฤทธิ์การยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์
Publisher
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. สำนักหอสมุดกลาง
Publisher.Place
กรุงเทพมหานคร
Publisher.Email
library@kmitl.ac.th
Contributor
สุพัตรา โพธิ์เอี่ยม
Contributor.Role
อาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์.
Contributor.Email
kpsupatt@kmitl.ac.th
Date.Created
2558
Date.Issued
2559-02-14
Date.Modified
2559-02-14
Type
วิทยานิพนธ์/KMITL E-Thesis
Format
application/pdf
Identifier.KMITL CODE
KMITL-2015-SC-M-020-019
Source.CallNumber
วพ. ณ341ค 2558
Language
tha
Rights
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
Thesis.DegreeName
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต(เทคโนโลยีชีวภาพ)
Thesis.Level
ปริญญาโท
Thesis.Descipline
เทคโนโลยีชีวภาพ
Thesis.Grantor
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง


แสดงความเห็น
หัวข้อ
รายละเอียด
 
 
 
     แสดงความเห็น

54.162.151.77